Categories
News&Update

เปิดวิธีใช้ข้อมูล เพื่อขับเคลื่อนกลยุทธ์การตลาดของคุณ

Big Data มีบทบาทสำคัญในหลายๆ อุตสาหกรรม เช่น การเงิน, การดูแลสุขภาพ, การค้าปลีก, การผลิต, และการศึกษา โดยช่วยในการค้นพบข้อมูลและแนวโน้มใหม่ๆ การปรับปรุงประสิทธิภาพ และการสร้างนวัตกรรมผ่านการวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ  (Data Analytics) อาจใช้ Customer Data Platform (CDP) มาช่วยรวบรวม จัดการ และใช้ Big Data จากหลากหลายแหล่งข้อมูลได้อย่างมีระบบ

นอกจากนี้ Big Data มักถูกอธิบายด้วยกฎ 3V

  1. Volume (ปริมาณ): ข้อมูลมีปริมาณมหาศาล ทำให้การจัดเก็บ และการประมวลผลต้องใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสมกับจำนวนข้อมูล
  2. Velocity (ความเร็ว): ข้อมูลถูกสร้างและสะสมอย่างรวดเร็ว จากหลายแหล่ง เช่น เครื่องมือสื่อสาร, อุปกรณ์เชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต, การทำธุรกรรมออนไลน์ ฯลฯ
  3. Variety (ความหลากหลาย): ข้อมูลมีหลายรูปแบบ ทั้งข้อมูลโครงสร้าง (เช่น ฐานข้อมูล) และข้อมูลไม่มีโครงสร้าง (เช่น ข้อความ, วิดีโอ, ภาพ, ข้อมูลจากโซเชียลมีเดีย)

พฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปในทุก ๆ วัน การใช้ข้อมูลในการขับเคลื่อนกลยุทธ์การตลาดเป็นวิธีที่ทรงพลังในการเพิ่มประสิทธิภาพ และผลลัพธ์ของแคมเปญการตลาดของคุณ ในยุคดิจิทัลนี้ ข้อมูลมีอยู่รอบตัวเรา และการใช้ข้อมูลเหล่านี้อย่างมีประสิทธิผลสามารถช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโตได้อย่างรวดเร็ว 

1. การเข้าใจลูกค้าผ่านข้อมูล

การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าเป็นขั้นตอนแรกและสำคัญที่สุดในการขับเคลื่อนกลยุทธ์การตลาด ใช้ข้อมูลการซื้อขาย และข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์เพื่อสร้างโปรไฟล์ลูกค้า ซึ่งจะช่วยให้คุณเข้าใจพฤติกรรม ความสนใจ และความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้คุณสามารถปรับแต่งแคมเปญ และข้อเสนอของคุณให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น

2. การตั้งเป้าหมาย และการปรับใช้แคมเปญ

การใช้ข้อมูลเพื่อกำหนดเป้าหมายแคมเปญของคุณให้เหมาะสมสามารถเพิ่ม ROI ได้อย่างมาก การวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้าช่วยให้คุณสามารถกำหนดเป้าหมายได้อย่างแม่นยำ และส่งข้อความที่เหมาะสมผ่านช่องทางที่พวกเขาใช้งานมากที่สุด นอกจากนี้ การใช้ข้อมูลจากการวิเคราะห์จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของแคมเปญ สามารถช่วยให้คุณปรับแต่งแคมเปญให้ดียิ่งขึ้นได้

3. การวัดผลและการปรับปรุงต่อเนื่อง

หลังจากเปิดตัวแคมเปญแล้ว การวัดผลและการวิเคราะห์ข้อมูลเป็นสิ่งจำเป็นในการทำความเข้าใจว่าแคมเปญนั้นมีประสิทธิภาพอย่างไร ใช้ KPIs เพื่อติดตามประสิทธิภาพและใช้ข้อมูลนี้เพื่อหาโอกาสในการปรับปรุงและปรับแต่งแคมเปญในอนาคต

การใช้ข้อมูลในการขับเคลื่อนกลยุทธ์การตลาดไม่เพียงแต่ช่วยให้คุณเข้าใจลูกค้าของคุณได้ดียิ่งขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยให้คุณสามารถสร้างคอนเทนต์ที่เกี่ยวข้อง กำหนดเป้าหมายแคมเปญได้อย่างแม่นยำ และวัดผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ การปรับใช้กลยุทธ์การตลาดตามข้อมูลนั้นต้องการความอดทน และความพยายามในการทดลอง วิเคราะห์ และปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะช่วยให้ธุรกิจของคุณก้าวหน้าได้อย่างไม่ต้องสงสัย หากคุณสนใจแพลตฟอร์มที่จะช่วยขับเคลื่อนกลยุทธ์การตลาดของคุณ สามารถลงทะเบียนผ่านลิงก์ https://mobileconnect.co.th/gg/  หรือติดต่อสอบถามผ่าน Line OA : @mobileconnect (https://lin.ee/5wbBupH) เพื่อรับข้อเสนอพิเศษสำหรับคุณ เพราะเราจะให้บริการคุณแบบ “One Stop Service” ครบ จบ ในที่เดียว

Categories
News&Update

สรุปงาน PEOPLE PERFORMANCE CONFERENCE 2024 พัฒนาคน พัฒนาองค์กร

People Performance Conference 2024 เป็นหนึ่งในงานที่รวบรวมเนื้อหาการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่มีเป้าหมายเพื่อยกระดับทักษะ และความรู้ทั้งในด้านการพัฒนาตนเอง และองค์กรในปัจจุบันมุ่งไปสู่อนาคต เพื่อให้ทุกคน ทุกองค์กรสามารถเป็นตัวเองในเวอร์ชันที่ดีขึ้น พร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลง นำพาองค์กรสู่ความสำเร็จในอนาคต โดยมุ่งเน้นที่การสร้างคุณค่าให้กับพนักงาน และเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเพื่อส่งผลที่ดีให้กับลูกค้า และองค์กรต่อไป

จากงาน People Performance Conference 2024 นี้ เราได้เรียนรู้เรื่องราวน่าสนใจหลายประการที่ทำให้เราได้เห็นถึงความจำเป็นในการเตรียมตัวสำหรับอนาคต ดังนี้

  1. การเปลี่ยนแปลงของทักษะในอนาคต การคาดการณ์ไว้ว่าในปี 2027, 44% ของทักษะที่เราใช้งานอยู่วันนี้อาจจะไม่สามารถใช้ได้อีก ซึ่งบ่งชี้ถึงความจำเป็นในการเรียนรู้ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง
  2. อนาคตของการทำงาน งานในกลุ่ม Text อาทิการทำบัญชี และกฎหมายจะเริ่มหายไปจากการถูก AI ทำแทน แต่ยังคงต้องการคนในการควบคุม และตรวจสอบอยู่ดี
  3. การเปลี่ยนแปลงตำแหน่งงานในปี 2030 ตำแหน่งงานใหม่จะเกิดขึ้น 69 ล้านตำแหน่งในขณะที่ 83 ล้านตำแหน่งจะหายไป หมายความว่าองค์กร และพนักงานต้องเตรียมตัวรับมือสำหรับการเปลี่ยนแปลง
  4. ความต้องที่มากขึ้นในองค์กรของทักษะทางด้านการคิดวิเคราะห์, การเข้าใจคน, และเทคโนโลยี เป็นต้น ซึ่งเป็นทักษะหลักที่จะขับเคลื่อนองค์กรในอนาคต
  5. ความสำคัญของการมีความสมดุลในชีวิต (Work-life balance) และการปรับตัวเข้ากับการทำงานในยุคดิจิทัล
  6. การใช้ AIในการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อพัฒนา และบริหารองค์กร ทั้งในการจัดการทรัพยากรบุคคล และเพิ่มการมีส่วนร่วม รวมถึงสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับพนักงาน

พัฒนาคน พัฒนาองค์กร เป็นเรื่องที่ต้องทำควบคู่กัน การพัฒนาตนเอง และการนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จในยุคสมัยใหม่ เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยการมองไปในอนาคต และการปรับตัวอย่างยืดหยุ่นต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรอบตัว การเรียนรู้และการพัฒนาทักษะใหม่ ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี การวิเคราะห์ข้อมูล, ความเข้าใจเกี่ยวกับ AI และ Big Data รวมไปถึงการสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ ๆ เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้บุคคลสามารถอยู่รอด และเติบโตในยุคดิจิทัล ไม่เพียงแค่นั้นองค์กรก็ต้องเน้นการใช้เทคโนโลยีใหม่ ๆ และวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อขับเคลื่อนการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการด้วย ซึ่งทั้งนี้ผู้นำต้องมีความเข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับเทคโนโลยี และการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เพื่อนำพาองค์กรไปในทิศทางที่ถูกต้อง และสร้างแรงบันดาลใจให้กับพนักงาน

การเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตทั้งในแง่ของการพัฒนาคน และการพัฒนาองค์กร ไม่ใช่เพียงแค่การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการมองหาโอกาสใหม่ ๆ และสร้างสรรค์นวัตกรรมที่จะนำไปสู่ความสำเร็จในระยะยาวด้วย หากสนใจเครื่องมือ EMPLOYEE ENGAGEMENT PLATFORM ที่เหล่า HR และผู้นำธุรกิจไม่ควรพลาด เพราะเครื่องมือนี้จะมาช่วยบริหารทรัพยากรบุคคลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตามคอนเซป CONNECTING PEOPLE เชื่อมโยงคนทุก Generation ในองค์กรเข้าด้วยกัน สามารถลงทะเบียนผ่านลิงก์ https://mobileconnect.co.th/gg/  หรือติดต่อสอบถามผ่าน Line OA : @mobileconnect (https://lin.ee/5wbBupH) เพื่อรับข้อเสนอพิเศษสำหรับคุณ เพราะเราจะให้บริการคุณแบบ “One Stop Service” ครบ จบ ในที่เดียว

Categories
News&Update

สร้างองค์กรยังไง ให้คนในอยากอยู่ คนนอกอยากเข้า

Employee Engagement หรือการมีส่วนร่วมของพนักงานคือ ความรู้สึกผูกพันที่มีต่อองค์กร และมีความสุขในงานที่ทำ การมีส่วนร่วมของพนักงานนั้นไม่เพียงแต่เป็นการสร้างความพึงพอใจในงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเชื่อมั่นในการบรรลุเป้าหมาย และปฏิบัติตัวให้สอดคล้องกับค่านิยมขององค์กรด้วย พนักงานจะเกิดความมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือองค์กรในการบรรลุเป้าหมาย และมีความภักดีต่อองค์กร ลดความเสี่ยงที่พนักงานจะลาออกจากงาน

การสร้างองค์กรที่ทำให้คนในอยากอยู่ และคนนอกอยากเข้านั้น การเพิ่ม Employee Engagement หรือการมีส่วนร่วมของพนักงาน ถือเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างองค์กรในแบบที่คุณต้องการ ด้วยพนักงานที่มีส่วนร่วมอย่างเต็มที่ไม่เพียงแต่จะทำให้พวกเขามีความสุข และผูกพันกับองค์กร แต่ยังช่วยส่งเสริมบรรยากาศที่ดีในองค์กร สร้างผลผลิตที่มีประสิทธิภาพ การสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นมิตรให้ความสำคัญกับการพัฒนาบุคลากร สนับสนุนการทำงานเป็นทีม ให้ความเคารพซึ่งกันและกัน ยกย่องความสำเร็จของพนักงาน จะนำไปสู่การสร้างภาพลักษณ์ในแง่ดีให้กับองค์กร เพื่อดึงดูดความสนใจให้คนภายนอกอยากเข้ามาร่วมงานด้วย

การมีส่วนร่วมของพนักงานมีแนวทางมากมายที่คุณสามารถทำได้ เช่น

1. สร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เป็นมิตร

วัฒนธรรมองค์กรที่เป็นมิตรทำให้พนักงานรู้สึกได้รับความสบายใจในการทำงาน การให้ความสำคัญกับสื่อสารเพื่อให้ทุกคนสามารถแชร์ความคิด และข้อเสนอแนะได้อย่างอิสระ ทำให้พนักงานมีโอกาสในการแสดงความคิดเห็น และการมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในองค์กร ถือเป็นการรับฟังพนักงานอย่างเปิดกว้าง

2. ให้ความสำคัญกับการพัฒนาของพนักงาน

พนักงานที่รู้สึกว่าตนเองกำลังเติบโตและพัฒนาในอาชีพการงานมักจะมีความผูกพันกับองค์กรมากขึ้น การให้โอกาสในการเรียนรู้ และพัฒนาทักษะใหม่ๆ ผ่านการฝึกอบรม การสัมมนา หรือโปรแกรมการพัฒนาอาชีพ เพื่อช่วยให้พนักงานมองเห็นเส้นทางอาชีพที่ชัดเจนในองค์กรของคุณมากขึ้น

3. ยกย่องความสำเร็จ

พนักงานที่รู้สึกว่างานของตัวเองได้รับการยอมรับจากองค์กร จะมีแรงจูงใจมากขึ้นในการทำงาน การให้รางวัล และการยกย่องสามารถทำได้หลากหลายรูปแบบ เช่น การชื่นชมต่อหน้า การให้โบนัส หรือการผลักดันไปในตำแหน่งที่สูงขึ้น การปรับขึ้นของเงินเดือน สิ่งเหล่านี้ช่วยสร้างแรงจูงใจ และความภักดีต่อองค์กรได้

4. สร้างความสมดุลระหว่างงาน และชีวิตส่วนตัว

ความสมดุลระหว่างชีวิตส่วนตัว และงาน เป็นสิ่งสำคัญที่พนักงานยุคใหม่ให้ความสนใจ เป็นสิ่งสำคัญที่องค์กรจะต้องรับรู้ และสนับสนุนให้พนักงานมีเวลาสำหรับชีวิตส่วนตัว การมีสวัสดิการที่เอื้ออำนวยต่อการสร้างสมดุลในการทำงานต่าง ๆ เช่น การทำงานจากที่บ้าน หรือเวลาการทำงานที่ยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนได้ สามารถช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการทำงาน และลดความเครียดให้กับพนักงานได้เป็นอย่างดี

5. ให้ความสำคัญกับการทำงานเป็นทีม

การส่งเสริมให้พนักงานทำงานเป็นทีมไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ และการทำงานร่วมกันเท่านั้น แต่ยังช่วยให้พวกเขาสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนร่วมงาน การมีความสัมพันธ์ที่ดีในที่ทำงานเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้พนักงานรู้สึกมีความสุข และต้องการที่จะอยู่ในองค์กรต่อไป ลดการลาออกจากงาน

การสร้างองค์กรให้เป็นที่ต้องการของทั้งพนักงาน และผู้สมัครงาน เป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญกับ “Employee Engagement” เพราะการมีส่วนร่วมของพนักงานจะนำไปสู่ความภักดีที่เพิ่มขึ้น ซึ่งการลงทุนกับพนักงาน ถือเป็นการลงทุนที่ดีที่สุดที่องค์กรสามารถทำได้ เพราะพนักงานที่มีความสุขจะนำมาซึ่งการทำงานที่มีประสิทธิผล สามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมใหม่ๆ และช่วยให้องค์กรการเติบโตได้อย่างยั่งยืน หากสนใจเครื่องมือ EMPLOYEE ENGAGEMENT PLATFORM ที่เหล่า HR และผู้นำธุรกิจไม่ควรพลาด เพราะเครื่องมือนี้จะมาช่วยบริหารทรัพยากรบุคคลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตามคอนเซป CONNECTING PEOPLE เชื่อมโยงคนทุก Generation ในองค์กรเข้าด้วยกัน สามารถลงทะเบียนผ่านลิงก์ https://mobileconnect.co.th/gg/  หรือติดต่อสอบถามผ่าน Line OA : @mobileconnect (https://lin.ee/5wbBupH) เพื่อรับข้อเสนอพิเศษสำหรับคุณ เพราะเราจะให้บริการคุณแบบ “One Stop Service” ครบ จบ ในที่เดียว

Categories
News&Update

6 Checklists สำคัญในการเลือกใช้เครื่องมือทางการตลาด

Martech หรือ Marketing Technology เป็นเทคโนโลยีในการเพิ่มประสิทธิภาพของการทำการตลาด ครอบคลุมตั้งแต่เครื่องมือสำหรับการวิเคราะห์ข้อมูล, การจัดการความสัมพันธ์ลูกค้า (CRM), การตลาดผ่านอีเมล, โซเชียลมีเดีย, เครื่องมือค้นหาต่าง ๆ ไปจนถึงการทำโฆษณาทางการตลาด ซึ่ง Martech คือการใช้เทคโนโลยีเพื่อทำให้การทำตลาดมีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถวัดผลได้ชัดเจน และนำไปปรับใช้กลยุทธ์ได้อย่างเป็นระบบ

การเลือกเครื่องมือทางการตลาด หรือ Martech ที่เหมาะสมนั้น เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยให้ธุรกิจของคุณเติบโต และสามารถแข่งขันได้ในตลาด เครื่องมือที่ถูกเลือกมาอย่างดีสามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ลดเวลาที่ใช้ในการดำเนินงาน และเพิ่มผลตอบแทนจากการลงทุนได้ ดังนั้น นี่คือ 6 ประเด็นสำคัญที่คุณควรพิจารณาเมื่อต้องการเลือกเครื่องมือทางการตลาดสำหรับธุรกิจของคุณ

1. ความต้องการของธุรกิจ

ก่อนอื่นเลย คุณต้องชัดเจนเกี่ยวกับความต้องการทางการตลาดของคุณ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มยอดขาย การสร้างการรับรู้ถึงแบรนด์ หรือเพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้า ความชัดเจนในความต้องการจะช่วยให้คุณเลือกเครื่องมือที่ตอบโจทย์ได้ดีที่สุด

2. งบประมาณ

งบประมาณเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการเลือกเครื่องมือ คุณต้องพิจารณาถึงต้นทุนที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็นค่าใช้จ่ายเริ่มต้น ค่าบำรุงรักษา หรือค่าสมัครใช้งานรายเดือน/ปี คุณควรเลือกเครื่องมือที่เหมาะสมกับงบประมาณของคุณ

3. การประยุกต์ใช้กับระบบที่มีอยู่

การเลือกเครื่องมือที่สามารถประยุกต์ใช้กับระบบหรือเครื่องมืออื่นๆ ที่คุณกำลังใช้อยู่นั้นสำคัญมาก เพื่อให้กระบวนการทำงานร่วมกันเป็นไปได้อย่างราบรื่น ควรสามารถใช้งานรวมกับระบบต่าง ๆ ได้เป็นอย่างดี เช่น CRM, Email Marketing หรือ Social Media เป็นต้น

4. ความสามารถขยายตลาด

เมื่อธุรกิจของคุณเติบโต เครื่องมือทางการตลาดที่คุณเลือกควรสามารถรองรับการขยายตัวนี้ได้ คุณควรพิจารณาว่าเครื่องมือที่สามารถขยายความสามารถได้ตามที่ธุรกิจของคุณต้องการ

5. ความง่ายในการใช้งาน

เครื่องมือที่มีความซับซ้อนมากเกินไปอาจไม่เหมาะสม หากคุณมีทรัพยากรที่จำกัด การเลือกเครื่องมือที่ใช้งานง่าย จะช่วยให้คุณสามารถใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

6. มีบริการหลังการขายที่ดี

สุดท้ายการเข้าถึงบริการหลังการขาย หรือทีม Support ของเครื่องมือนั้น ๆ เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้สามารถช่วยแก้ปัญหาทางเทคนิคที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต

เครื่องมือทางการตลาดที่เหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้แคมเปญการตลาดของคุณประสบความสำเร็จ คุณจะสามารถเลือกเครื่องมือที่ตอบโจทย์ธุรกิจและเป้าหมายทางการตลาดของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ จะช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีและตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างดีเยี่ยม

หากสนใจเครื่องมือทางการตลาดที่ช่วยบริหารแคมเปญของคุณให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถลงทะเบียนผ่านลิงก์ https://mobileconnect.co.th/gg/  หรือติดต่อสอบถามผ่าน Line OA : @mobileconnect (https://lin.ee/5wbBupH) เพื่อรับข้อเสนอพิเศษสำหรับคุณ เพราะเราจะให้บริการคุณแบบ “One Stop Service” ครบ จบ ในที่เดียว

Categories
News&Update

สร้างความสุขให้กับพนักงาน กุญแจสำคัญของ Employee Engagement

Employee Engagement หรือการมีส่วนร่วมของพนักงาน คือ ระดับของความมุ่งมั่น และความกระตือรือร้นในการทำงาน มันไม่เพียงแสดงถึงความพึงพอใจในงานเท่านั้น แต่ยังรวมถึงความรู้สึกของความภาคภูมิใจในงาน การมีส่วนร่วมตามเป้าหมาย และค่านิยมขององค์กรอย่างแท้จริง โดยพนักงานที่มีส่วนร่วมในองค์กรมักจะเห็นคุณค่าในงานของตนเอง รู้สึกต้องให้องค์กรบรรลุเป้าหมาย และมีแรงจูงใจในการทำงานอย่างเต็มที่เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด พนักงานเหล่านี้มักจะมีความสุขในการทำงาน และความสุขนี้ส่งผลบวกคุณภาพงาน และความภักดีต่อองค์กร เป็นหนึ่งในวิธีลดพนักงานลาออกจากงาน


ในยุคปัจจุบันที่โลกธุรกิจเต็มไปด้วยพนักงานหลากหลาย Generation หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้องค์กรก้าวหน้า และยั่งยืนคือ ‘ความสุขของพนักงาน’ หรือ Employee Engagement การมีพนักงานที่มีความสุข และมีส่วนร่วมไม่เพียงแต่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของงาน แต่ยังเป็นกุญแจสำคัญที่นำพาไปสู่ความสำเร็จขององค์กรในระยะยาวด้วย 

HR ถือเป็นตำแหน่งที่มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการมีส่วนร่วมของพนักงาน คุณสามารถช่วยสร้างความสุข และเพิ่ม Employee Engagement ให้กับพนักงานได้หลายหลายวิธี ดังนี้

การยอมรับ และการให้คุณค่า

การยอมรับ และการให้คุณค่าเป็นหนึ่งในสิ่งสำคัญที่สุดที่พนักงานต้องการจากองค์กร การแสดงความขอบคุณ และการยกย่องผลงาน สามารถสร้างความรู้สึกที่ดี และเพิ่มแรงจูงใจให้กับพนักงานได้ นอกจากนี้ การให้โอกาสในการพัฒนาทักษะเติบโตในอาชีพยังเป็นวิธีที่ดีในการแสดงความยอมรับในตัวพนักงานด้วย

สร้างสภาพแวดล้อมที่ดีในการทำงาน

สภาพแวดล้อมในการทำงานมีบทบาทสำคัญต่อความสุข และการมีส่วนร่วมของพนักงาน การสร้างสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตร ปลอดภัย และสนับสนุนให้พนักงานมีโอกาสแสดงความคิดเห็นแบ่งปันไอเดียเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยเพิ่มความพึงพอใจในงาน

การสื่อสารที่ดี

การสื่อสารที่ชัดเจน และเปิดกว้าง เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในการสร้าง Employee Engagement การให้ข้อมูลเกี่ยวกับแผนงาน และเป้าหมายขององค์กร แก่พนักงานช่วยให้พวกเขาเห็นคุณค่าของงานที่ทำ นอกจากนี้ การให้พื้นที่สำหรับแสดงความคิดเห็นในงานยังสร้างความเข้าใจ และความไว้วางใจให้ทั้ง 2 ทาง ทั้งตัวพนักงาน และตัวขององค์กรเอง

ปรับความสมดุลในชีวิตการทำงาน

สนับสนุนให้พนักงานมีความสมดุลระหว่างชีวิตการทำงาน และชีวิตส่วนตัวเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม องค์กรควรให้ความสำคัญกับการจัดการเวลาทำงาน การหยุดพัก และการให้โอกาสในการทำงานนอกสถานที่หากเป็นไปได้ เพื่อช่วยให้พนักงานรู้สึกว่าองค์กรให้ความสำคัญกับสุขภาพ และความสุขของพวกเขา

สร้างความรู้สึกของการเป็นเจ้าของ

การให้พนักงานรู้สึกว่าพวกเขามีส่วนร่วมในการตัดสินใจ และการมีเสียงในการกำหนดทิศทางของโครงการ หรืองานที่ทำนั้นสามารถเพิ่มความมุ่งมั่น และสร้างความภาคภูมิใจในการทำงานได้ 

การลงทุนกับการสร้าง Employee Engagement ให้ความสำคัญกับความสุขของพนักงาน ไม่เพียงแต่สร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี แต่ยังเป็นการลงทุนในอนาคตที่มีความยั่งยืนขององค์กรด้วย ดังนั้น ไม่ว่าจะเป็นการยอมรับ การสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ดี การสื่อสารที่เปิดกว้าง การปรับความสมดุลในชีวิต หรือการสร้างความรู้สึกของการเป็นเจ้าของ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยให้พนักงานมีความสุข และมีส่วนร่วมกับองค์กรได้อย่างเต็มที่ หากสนใจเครื่องมือ Employee Engagement Platform ที่ช่วยบริหารทรัพยากรบุคคลให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น สามารถลงทะเบียนผ่านลิงก์ https://mobileconnect.co.th/gg/  หรือติดต่อสอบถามผ่าน Line OA : @mobileconnect (https://lin.ee/5wbBupH) เพื่อรับข้อเสนอพิเศษสำหรับคุณ เพราะเราจะให้บริการคุณแบบ “One Stop Service” ครบ จบ ในที่เดียว

Categories
News&Update

เพิ่มประสิทธิภาพการใช้งาน CRM ในธุรกิจ SME

CRM หรือ Customer Relationship Management เป็นกลยุทธ์ทางการตลาดที่ธุรกิจใช้เพื่อจัดการ และวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภคที่มีต่อแบรนด์ โดยมีเป้าหมายหลักคือเพื่อปรับปรุงความสัมพันธ์กับลูกค้า ซึ่งส่งผลต่อการเพิ่มยอดขาย เพราะ CRM เปรียบเหมือนสมุดบันทึกของธุรกิจที่คอยเก็บข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลส่วนบุคคล, ประวัติการซื้อสินค้า, ความชอบ, และข้อเสนอแนะที่มีต่อแบรนด์ เพื่อช่วยให้ธุรกิจเข้าใจลูกค้ามากขึ้น เพื่อให้แบรนด์ปรับปรุงงานสินค้า และบริการให้ตรงตามความต้องการของลูกค้ามากขึ้น

เรียกได้ว่า CRM คือหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการช่วยให้ธุรกิจสามารถรวบรวมข้อมูลลูกค้าจากหลายช่องทาง เช่น เว็บไซต์, โซเชียลมีเดีย, การโทร, อีเมล, chatbots หรือการทำการตลาดอื่น ๆ แต่ก่อนที่จะใช้ CRM นั้น คุณต้องวิเคราะห์และทำความเข้าใจความต้องการพื้นฐานของธุรกิจของคุณ ซึ่งรวมถึงการติดตามลูกค้า, โอกาสที่ลูกค้าจะซื้อ รวมถึงการวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า ซึ่งอาจนำเครื่องมือ AI หรือแพลตฟอร์มต่าง ๆ เข้ามาช่วยในการวิเคราะห์จัดการข้อมูลลูกค้าให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ทั้งนี้ควรเลือก CRM ที่สามารถปรับขนาดได้ตามการเติบโตของธุรกิจคุณ เพื่อให้สามารถรองรับจำนวนลูกค้า และข้อมูลที่เพิ่มขึ้นในอนาคตได้ 

พฤติกรรมผู้บริโภคถือเป็นส่วนสำคัญต่อธุรกิจ การเลือก CRM ที่เหมาะสมควรพิจารณาต้นทุนของ CRM โดยรวมทั้งค่าใช้จ่ายเริ่มต้น ค่าบริการรายเดือนหรือรายปี และค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมสำหรับการปรับแต่งแพลตฟอร์มให้สอดคล้องกับธุรกิจของคุณ ด้วยข้อมูลที่ได้จาก CRM จะช่วยให้ธุรกิจสามารถสร้างแคมเปญการตลาด หรือบริการหลังการขายที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น โดยการเข้าใจลูกค้าและให้ข้อเสนอสิทธิพิเศษที่เหมาะสม สามารถช่วยเพิ่มโอกาสในการขายได้

ดังนั้น CRM เหมือนเป็นผู้ช่วยส่วนตัวของธุรกิจที่เก็บข้อมูลทุกอย่างเกี่ยวกับลูกค้าไว้ในที่เดียว ช่วยให้ธุรกิจสามารถเข้าใจพฤติกรรมผู้บริโภค และตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ดีขึ้น นำไปสู่ความสัมพันธ์ที่ดี ยอดขายที่เพิ่มขึ้น และการบริการที่มีประสิทธิภาพ หากสนใจทำ CRM ให้กับธุรกิจของคุณสามารถลงทะเบียนผ่านลิงก์ https://mobileconnect.co.th/gg/  หรือติดต่อสอบถามผ่าน Line OA : @mobileconnect (https://lin.ee/5wbBupH) เพื่อรับข้อเสนอพิเศษสำหรับคุณ เพราะเราจะให้บริการคุณแบบ “One Stop Service” ครบ จบ ในที่เดียว

Categories
News&Update

Omni Channel คืออะไร ทำไมช่วยเพิ่มยอดขายได้

Omni Channel หรือ Omnichannel หมายถึงการใช้ช่องทางการสื่อสารหลายรูปแบบในการสื่อสารกับลูกค้า หรือกลุ่มเป้าหมาย เช่น เว็บไซต์, โทรศัพท์, อีเมล, IG, TikTok, Facebook,  LINE OA หรือ LINE Official Account โดยช่องทางการสื่อสารทั้งหมดนี้ต้องเชื่อมโยงข้อมูลการขาย เพื่อให้สื่อสารกับลูกค้าได้อย่างราบรื่น ไม่สะดุด ช่วยให้ลูกค้าสามารถสื่อสารได้หลายช่องทางโดยไม่ต้องเริ่มต้นใหม่ ยกตัวอย่างเช่น ลูกค้าสามารถเริ่มต้นการสั่งซื้อผ่านเว็บไซต์ และต่อจากนั้นติดต่อศูนย์บริการลูกค้าทางโทรศัพท์เพื่อขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมได้ หรือถามข้อสงสัยผ่านแชทออนไลน์ โดยไม่ต้องเสียเวลาในการเริ่มต้นบทสนทนาใหม่

ทำไมต้องใช้ Omni Channel

  1. ปรับปรุงประสบการณ์ลูกค้า ให้ลูกค้ามีประสบการณ์ที่สะดวก สบายในการสื่อสาร โดยลูกค้าจะเลือกใช้ช่องทางไหนก็ได้ในการสื่อสารตามความถนัด
  2. เพิ่มโอกาสในการขาย เพิ่มโอกาสในการทำธุรกิจ และเพิ่มยอดขาย เนื่องจากธุรกิจสามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ทุกช่องทางที่ลูกค้าต้องการ
  3. สร้างความไว้วางใจกับลูกค้า การให้ลูกค้ามีความมั่นใจว่าสามารถติดต่อสื่อสารกับธุรกิจได้ทุกที่ทุกเวลา ช่วยเพิ่มความพึงพอใจในการซื้อสินค้าหรือบริการ
  4. ช่วยวิเคราะห์ข้อมูลลูกค้า การใช้ Omni Channel ช่วยให้ธุรกิจสามารถเก็บรวบรวม และวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อปรับปรุงกลยุทธ์การตลาด และบริการต่อลูกค้าให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น

Omni Channel คือหนึ่งในเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการสื่อสาร สามารถตอบโจทย์การขายของธุรกิจได้เป็นอย่างดี เนื่องจากการใช้ Omni Channel จะทำให้ลูกค้ามีความสะดวกในการสั่งซื้อสินค้า หรือบริการผ่านช่องทางได้หลากหลาย เช่น เว็บไซต์ โทรศัพท์ อีเมล สื่อสังคมออนไลน์ แชท และอื่น ๆ ช่วยเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าทำการสั่งซื้อสินค้าได้อย่างต่อเนื่อง ไม่เพียงแค่นั้น Omni Channel ยังช่วยให้ธุรกิจสามารถติดตามลูกค้าในระหว่างการซื้อได้ตั้งแต่การค้นหาข้อมูล การตัดสินใจ และการซื้อสินค้า หรือบริการ ซึ่งช่วยเพิ่มโอกาสในการขาย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับแบรนด์ ทั้งนี้การให้ลูกค้ามีประสบการณ์ที่ดี และประทับใจกับการสื่อสารของธุรกิจทั้งในแบบออนไลน์ และแบบออฟไลน์ จะช่วยสร้างความการเชื่อมั่นในแบรนด์นั้น ๆ ซึ่งส่งผลต่อการเพิ่มยอดขายในอนาคต

ดังนั้น การใช้ Omni Channel เป็นกลยุทธ์ที่สำคัญในการเพิ่มยอดขาย และสร้างความเชื่อมั่นในลูกค้าในยุคดิจิทัล หากสนใจเครื่องมือทางการตลาดที่จะช่วยให้คุณบริหารจัดการข้อมูลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลงทะเบียนผ่านลิงก์ https://mobileconnect.co.th/gg/  หรือติดต่อสอบถามผ่าน Line OA : @mobileconnect (https://lin.ee/5wbBupH) เพื่อรับข้อเสนอพิเศษสำหรับคุณ เพราะเราจะให้บริการคุณแบบ “One Stop Service” ครบ จบ ในที่เดียว

Categories
News&Update

กลยุทธ์บริหาร Big Data ด้วย CDP

CDP (Customer Data Platform) เป็นเทคโนโลยีที่สร้างมาเพื่อรวบรวม และจัดเก็บข้อมูลลูกค้าจากหลากหลายแหล่งที่มา เพื่อให้ธุรกิจสามารถสร้างภาพรวมของข้อมูลลูกค้าได้อย่างครบถ้วนทั้งข้อมูลจากออนไลน์ และออฟไลน์ ซึ่ง CDP จะช่วยให้ธุรกิจสามารถวิเคราะห์ และสร้างกลยุทธ์การตลาดได้ตรงกลุ่มเป้าหมายยิ่งขึ้น ซึ่งเมื่อมีข้อมูลที่รวมกันมากขึ้นเรื่อย ๆ จะเกิดเป็น Big Data ทั้งนี้การบริหารจัดการ Big Data ในยุคดิจิทัลปัจจุบันเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจประสบความสำเร็จทางการขายได้อย่างรวดเร็ว หนึ่งในกลยุทธ์ที่เข้ามามีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการ Big Data ก็คือการใช้ Customer Data Platform (CDP) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการวิเคราะห์และใช้งานข้อมูลลูกค้าอย่างมีประสิทธิผล 

การใช้ CDP เริ่มต้นด้วยการรวบรวมข้อมูลจากทุกจุดของลูกค้า ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจากเว็บไซต์, แอพมือถือ, ระบบ POS, ระบบ ERP หรือแม้กระทั่งการสื่อสารผ่านโซเชียลมีเดีย เช่น line oa, Facebook, Tiktok, IG ฯลฯ การมีฐานข้อมูลที่ครอบคลุมช่วยให้ธุรกิจสามารถมองเห็นภาพรวมของพฤติกรรม และความต้องการของลูกค้าได้ชัดเจนยิ่งขึ้น ด้วยข้อมูลที่รวบรวมไว้ใน CDP จะทำให้ธุรกิจสามารถวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ ของลูกค้า ได้ตั้งแต่ข้อมูลพื้นฐาน ไปจนถึงพฤติกรรมของผู้บริโภค เพื่อนำไปต่อยอดการสร้างแคมเปญด้านการตลาด, การส่งเสริมการขาย และการบริการลูกค้าได้อย่างตรงจุด

Platform ต่าง ๆ ที่มีการนำ CDP เข้ามาใช้ประโยชน์ไม่เพียงแต่รวบรวมข้อมูลเท่านั้น แต่ยังช่วยในการบูรณาการข้อมูลจาก CDP ไปยังระบบอื่น ๆ ในธุรกิจได้ เช่น ระบบการตลาด, การขาย หรือการบริการลูกค้า ช่วยให้มั่นใจได้ว่าทุกแผนกสามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างเรีลไทม์ และมีประสิทธิภาพ สามารถติดตาม และวัดผลการใช้งาน CDP เพื่อดูว่ามีการปรับปรุงในด้านใดบ้าง เพื่อพัฒนาการใช้งาน CDP ให้ดียิ่งขึ้น

การใช้ CDP ในการบริหารจัดการ Big Data ไม่เพียงแต่ช่วยให้ธุรกิจสามารถจัดการกับปริมาณข้อมูลที่มหาศาลได้ แต่ยังช่วยให้นำข้อมูลต่าง ๆ มาปรับใช้ให้สินค้า และบริการของธุรกิจสามารถสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้ามากขึ้น ทั้งนี้การวิเคราะห์ข้อมูลต่าง ๆ จาก CDP สามารถนำไปสู่การปรับแคมเปญการตลาดให้ตรงกลุ่มเป้าหมายมากขึ้น หากสนใจเครื่องมือทางการตลาดที่จะช่วยให้คุณบริหารจัดการข้อมูลลูกค้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ สามารถลงทะเบียนผ่านลิงก์ https://mobileconnect.co.th/gg/  หรือติดต่อสอบถามผ่าน Line OA : @mobileconnect (https://lin.ee/5wbBupH) เพื่อรับข้อเสนอพิเศษสำหรับคุณ เพราะเราจะให้บริการคุณแบบ “One Stop Service” ครบ จบ ในที่เดียว

Categories
News&Update

เพิ่มสิทธิประโยชน์ เพิ่มลูกค้าประจำด้วยระบบสมาชิก

ระบบสมาชิก (Membership System) เป็นกลไกที่ธุรกิจใช้เพื่อจัดการลูกค้าให้สมัครเป็นสมาชิก และการบริหารสมาชิกของตน ระบบนี้สามารถปรับแต่งได้ตามความต้องการของแต่ละธุรกิจ ซึ่งในยุคที่การแข่งขันทางธุรกิจเต็มไปด้วยความท้าทาย การสร้างความภักดีของลูกค้าผ่านระบบสมาชิกถือเป็นกลยุทธ์ที่ธุรกิจหลายแห่งให้ความสำคัญ โดยระบบสมาชิกนั้นไม่เพียงแค่ดึงดูดลูกค้าใหม่ แต่ยังรักษาลูกค้าประจำให้อยู่กับแบรนด์ได้ยาวนานขึ้น และหากลูกค้าประทับใจในแบรนด์นั้น ๆ ก็จะเพิ่มโอกาสการบอกต่อแบบ Friend get Friend ชวนเพื่อน หรือคนรู้จักมาใช้สินค้าจากแบรนด์ ดังนั้นการเพิ่มสิทธิประโยชน์ และสร้างระบบสมาชิกที่มีประสิทธิภาพจึงกลายเป็นเรื่องสำคัญที่ไม่ควรมองข้าม

การเพิ่มสิทธิประโยชน์ หรือข้อเสนอพิเศษให้กับระบบสมาชิก ไม่เพียงแต่ช่วยให้ลูกค้ารู้สึกว่าได้รับการดูแลเป็นพิเศษเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างแรงจูงใจให้พวกเขายังคงใช้บริการ หรือซื้อสินค้าจากแบรนด์ของคุณอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการเสนอส่วนลดพิเศษ, โปรแกรมสะสมคะแนน, หรือการเข้าถึงสินค้า และบริการพิเศษที่ไม่เปิดเผยต่อสาธารณะ ทั้งนี้การเชิญชวนให้ลูกค้ามาใช้สินค้า หรือบริการเป็นสิ่งที่ควรทำอย่างมีกลยุทธ์ ซึ่งในการซื้อสินค้าแต่ละครั้งของลูกค้าแบรนด์อาจใช้การบริการลูกค้าให้ประทับใจ จะดึงดูดให้ลูกค้ากลับมาหาแบรนด์อีกครั้ง เรียกได้ว่า Service Mind คือสิ่งสำคัญในการได้ใจลูกค้า ไม่เพียงแต่จะช่วยเพิ่มความรู้สึกพิเศษให้กับสมาชิก แต่ยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการขาย และการใช้บริการของคุณอีกด้วย

การบริการลูกค้าให้ประทับใจด้วยระบบสมาชิกอาจเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้นหากคุณใช้เทคโนโลยีเพื่อปรับปรุงประสบการณ์การซื้อของลูกค้า เพราะเทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญในการสร้าง และบริหารระบบสมาชิกให้มีประสิทธิภาพ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ระบบ CRM สำหรับการบริหารจัดการข้อมูลสมาชิก, แพลตฟอร์มสะสมแต้มที่ใช้งานง่ายเพื่อดึงดูดการซื้อซ้ำ, หรือการใช้ AI และ Machine Learning เพื่อวิเคราะห์พฤติกรรมและความสนใจของสมาชิก เพื่อสร้างแคมเปญการตลาด หรือโปรโมชั่น สิทธิพิเศษที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้ดีที่สุด

การสร้างระบบสมาชิกที่มีประสิทธิภาพไม่ได้เกิดขึ้นในชั่วข้ามคืน แต่ต้องการการวางแผนอย่างรอบคอบ และการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ลูกค้าได้รับสิทธิประโยชน์สูงสุด และการสร้างประสบการณ์การซื้อที่น่าจดจำสำหรับสมาชิก การได้รับการบริการที่ดี และการสร้างความประทับใจให้กับลูกค้า ทั้งหมดนี้ถือเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความภักดี และรักษาลูกค้าประจำให้อยู่กับแบรนด์ของคุณได้อย่างยาวนาน จึงทำให้ระบบสมาชิกเป็นส่วนสำคัญของธุรกิจหลายแห่ง ระบบนี้เป็นเครื่องมือที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มรายได้ และสร้างความแตกต่างทางการตลาดจากคู่แข่ง หากสนใจ Retargeting-Driven & Repurchase Platform แพลตฟอร์มที่ดึงดูดลูกค้าใหม่ให้ซื้อครั้งแรก และช่วยกระตุ้นลูกค้าเก่าให้ซื้อซ้ำ มารถลงทะเบียนผ่านลิงก์ https://mobileconnect.co.th/gg/  หรือติดต่อสอบถามผ่าน Line OA : @mobileconnect (https://lin.ee/5wbBupH) เพื่อรับข้อเสนอพิเศษสำหรับคุณ เพราะเราจะให้บริการคุณแบบ “One Stop Service” ครบ จบ ในที่เดียว

Categories
News&Update

เคล็ดลับกระตุ้นการมีส่วนร่วมของพนักงานในยุคดิจิทัล

Employee Engagement หรือการมีส่วนร่วมของพนักงาน เป็นสิ่งจำเป็นที่เหล่า HR ในยุคดิจิทัลให้ความสำคัญ สามารถใช้เป็นตัววัดความผูกพัน ความสุข และความพึงพอใจของพนักงานได้ ทั้งนี้ไม่เพียงแต่วัดความพึงพอใจในงาน แต่ Employee Engagement ยังมีความสำคัญต่อความสำเร็จขององค์กรเป็นอย่างมาก เพราะพนักงานที่มีส่วนร่วมมากจะมีแนวโน้มที่จะทำงานได้ดีขึ้น มีความคิดสร้างสรรค์ และมีแรงจูงใจในการทำงาน ซึ่งสามารถนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นสำหรับองค์กร

ในยุคดิจิทัลที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วนี้ การกระตุ้นให้พนักงานมีส่วนร่วมกับองค์กรมีเครื่องมือหลากหลายให้เลือกใช้ เพราะองค์กรใดที่มี Employee Engagement ที่แข็งแกร่ง พนักงานจะรู้สึกมีคุณค่า และผูกพันกับองค์กร ซึ่งนำไปสู่การลดอัตราพนักงานลาออกจากงาน เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน สร้างบรรยากาศในการทำงานที่ดี และนี่คือเคล็ดลับในการกระตุ้นการมีส่วนร่วมของพนักงานในยุคดิจิทัล

ใช้เทคโนโลยีเพื่อสร้าง Employee Engagement

มีเทคโนโลยีสมัยใหม่มากมายที่จะช่วยให้คุณสร้าง Employee Engagement เช่น แพลตฟอร์มสร้างกิจกรรมออนไลน์ ที่สามารถช่วยสร้างความเชื่อมโยงพนักงาน และสามารถจัดกิจกรรมกับพนักงานในที่ต่าง ๆ ได้อย่างไม่จำกัด การใช้เครื่องมือเหล่านี้อย่างเหมาะสมจะช่วยให้ทีมงานรู้สึกถูกใส่ใจ และเข้าถึงกิจกรรมได้ง่ายขึ้น

สร้างวัฒนธรรมการทำงานที่เปิดกว้าง

การส่งเสริมวัฒนธรรมการทำงานที่เปิดกว้าง และให้ความสำคัญกับความหลากหลาย ของ Generation จะช่วยให้พนักงานทุกคนรู้สึกมีส่วนร่วมมากขึ้น โดยองค์กรอาจให้พนักงานแสดงความคิดเห็นผ่านฟอร์มสำรวจข้อมูลออนไลน์ ให้พนักงานแบ่งปันไอเดียในโครงการใหม่ เพิ่มการทำงานเป็นทีม หรือเปิดโหวตให้พนักงานมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในงานต่าง ๆ 

ให้ความสำคัญกับการพัฒนาทักษะ และการเรียนรู้ตลอดชีวิต

การลงทุนในการพัฒนาทักษะ และการเรียนรู้ตลอดชีวิตของพนักงานเป็นวิธีที่แสดงออกว่าองค์กรให้คุณค่ากับพนักงาน องค์กรอาจจัดฝึกอบรม สัมมนา หรือแม้แต่การจัดหาสื่อการเรียนรู้ออนไลน์มาให้พนักงานได้อัพสกิลอย่างต่อเนื่อง

ให้คำติชม และยอมรับผลงาน

การให้คำติชมที่สร้างสรรค์ และการให้การยอมรับผลงานของพนักงาน เป็นวิธีที่ดีในการกระตุ้นให้พวกเขารู้สึกมีคุณค่า ผ่านการยกย่องความสำเร็จ หรือแม้แต่การเสนอข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ในงาน จะทำให้พนักงานมีกำลังใจในการทำงาน และเกิดงานที่มีประสิทธิภาพ

การมีส่วนร่วมของพนักงานไม่ได้เป็นเพียงการทำผลงานที่ดีเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างความผูกพัน และความภักดีต่อองค์กร หากคุณนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปปรับใช้กับ องค์กรของคุณ จะสามารถสร้างสภาพแวดล้อมที่ดีต่อพนักงานในยุคดิจิทัลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งทั้งหมดนี้มีส่วนช่วยให้องค์กรสามารถบรรลุเป้าหมายได้ในอนาคต

หากคุณสนใจแพลตฟอร์มหนึ่งในเครื่องมือ Employee Engagement ที่จะช่วยบริหารทรัพยากรบุคคล ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น มาพร้อมกับคอนเซป Connecting People เชื่อมโยงคนทุก Generation ในองค์กรเข้าด้วยกัน สามารถสร้างกิจกรรม และให้พนักงานร่วมกิจกรรมได้ทุกที่ทุกเวลา พร้อมวัดผลของกิจกรรมแบบเรียลไทม์ รวมไปถึงช่วยลดเวลาในการทำ Report เพราะเรามีฟีเจอร์แดชบอร์ดที่จะเก็บรวบรวมข้อมูลต่าง ๆ ให้คุณสามารถดาวน์โหลดรายงานได้ทันที  สามารถลงทะเบียนผ่านลิงก์ https://mobileconnect.co.th/gg/  หรือติดต่อสอบถามผ่าน Line OA : @mobileconnect (https://lin.ee/5wbBupH) เพื่อรับข้อเสนอพิเศษสำหรับคุณ เพราะเราจะให้บริการคุณแบบ “One Stop Service” ครบ จบ ในที่เดียว