NEWS & UPDATE

‘LINE Ads Platform’ ช่องทางโฆษณาที่แบรนด์ควรรู้

LINE Ads Platform เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มที่น่าสนใจสำหรับการทำโฆษณา และเพิ่มยอดเอ็นเกจเมนต์ให้กับแบรนด์มากขึ้น เพื่อให้แบรนด์ เอเจนซี หรือครีเอเตอร์สามารถเข้าถึงผู้ใช้ LINE มากยิ่งขึ้น เพราะมีวิธีการลงโฆษณาง่าย ๆ และกำหนดกลุ่มเป้าหมายได้ตามวัตถุประสงค์ที่ตั้งไว้ได้แม่นยำกว่าที่คิด ซึ่งการซื้อโฆษณาสามารถทำได้ 2 ช่องทางคือ การซื้อโฆษณาด้วยตนเองผ่าน LINE Ads Platform โดยตรง และการซื้อโฆษณาผ่าน LINE Agency Partner ที่มีเอเจนซีเป็นตัวกลางในการซื้อขายโฆษณากับ LINE นั่นเอง
โดยโฆษณาของคุณจะแสดงในตําแหน่งต่าง ๆ บนแอปพลิเคชัน LINE ไม่ว่าจะเป็น Chat List (หน้าแชท), LINE VOOM, LINETODAY, Wallet Tab, และ LINE Openchat ซึ่งระบบจะเลือกตําแหน่งที่มีประสิทธิภาพสูงสุดให้ตรงกับวัตถุประสงค์และกลุ่มเป้าหมายที่เลือกโดยอัตโนมัติ

  • Chat List : มีการเข้าถึง 50 ล้านคน
  • LINE Timeline : มีการเข้าถึง 7 ล้านวิว
  • LINE TODAY : มีการเข้าถึง 38 ล้านคน
  • Wallet Tab : มีการเข้าถึง 170 ล้านวิว / เดือน
  • Open Chat : เป็นช่องทางเข้าถึงใหม่ของการยิงโฆษณาในกลุ่มแชตออนไลน์

และเนื่องจากแพลตฟอร์มโฆษณาอย่าง LINE Ads Platform คำนึงถึงการโฆษณาเพื่อให้ตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมาย และตรงตามวัตถุประสงค์ของแบรนด์ให้มากที่สุด จึงมีโมเดลอย่าง Business Objective ไล่ลำดับขั้นการโฆษณา ดังนี้

การรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) คือ การเข้าถึงแบรนด์ผ่านการเข้าชมเว็บไซต์ การกำหนดการเข้าถึงพร้อมความถี่ (Reach and Frequency) แต่ใช้ได้เฉพาะซื้อผ่าน LINE Agency Partner เท่านั้น และการดูวิดีโอ (Video Views)

เพิ่มฐานลูกค้า (Increase Customer Base) การเพิ่มฐานลูกค้าให้กับแบรนด์ จะมีทั้งการเพิ่มเพื่อนหรือผู้ติดตาม และการติดตั้งแอปพลิเคชัน เพื่อเพิ่มจำนวนผู้ติดตั้งแอปของแบรนด์

กระตุ้นยอดขายและการใช้งาน (Increase Sales) การจะกระตุ้นยอดขาย และเพิ่มความอยากใช้งานให้แบรนด์มากขึ้นจะคำนึงถึงการเพิ่มจำนวนคอนเวอรชันบนเว็บไซต์ ไม่ว่าจะเป็นการสั่งซื้อสินค้าของกลุ่มเป้าหมาย หรือการลงทะเบียน นอกจากนี้ยังมีการมีส่วนร่วมในแอป เพื่อกระตุ้นผู้ใช้งานที่มีแอปอยู่แล้วนั่นเอง

รักษาฐานลูกค้า (Customer Retention) การรักษาฐานลูกค้าให้อยู่กับแบรนด์ได้ในระยะยาว ต้องอาศัยกลยุทธ์การนำเสนอสินค้าแบบไดนามิก (Dynamic Product Sales) หรือการเน้นแสดงสินค้าแบบเฉพาะเจาะจงบุคคลมากขึ้น (Personalization) เพื่อตามหาความสนใจ และเข้าใจพฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายแต่ละคนเพิ่มมากขึ้นด้วย

นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกรูปแบบการซื้อโฆษณาที่เหมาะสม กับแต่ละวัตถุประสงค์ของแคมเปญได้ โดยสามารถเลือกได้ ดังนี้

  • Cost Per 1,000 Impressions (CPM) : ตามจำนวนการเห็นโฆษณา
  • Cost Per Click (CPC) : ตามจำนวนการคลิก
  • Cost Per Friend : ตามจำนวนการเพิ่มเพื่อน
  • Cost Per Video View : ตามจำนวนยอดวิว
  • Cost Per Action (CPA) : ตามจำนวนการเข้าชมเว็บ
  • Cost Per Install (CPI) : ตามจำนวนการติดตั้งแอป

จะเห็นได้ว่าการโฆษณาผ่าน LINE Ads Platform สามารถคำนึง และกำหนดได้เองแบบอิสระ เพียงแค่เข้าใจจุดประสงค์ของแบรนด์ตัวเองให้มากที่สุด แม้การซื้อโฆษณาด้วยตัวเอง และการซื้อโฆษณาผ่านเอเจนซีจะมีฟังก์ชันที่ใช้งานแตกต่างกันบางส่วนก็ตาม หากใครสนใจซื้อโฆษณาผ่าน LINE Ads Platform สามารถสอบถามรายละเอียดการลงโฆษณาได้ที่นี่ : https://lin.ee/5wbBupH หรือ โทร. 065-895-8328 ขอบคุณที่ไว้วางใจให้เราดูแล

ขอบคุณข้อมูลจาก rainmaker.in.th lineforbusiness.com

Related Post

Sale page กับ Microsite เหมือนกันไหม?

Microsite จะมีหน้าเว็บเพจอยู่ที่ประมาณ 2-5 หน้า ซึ่งต่างกับ Sale page ที่มีเพียงหน้าเดียว โดย Microsite จะใส่ข้อมูลได้มากกว่า Sale page แต่ Sale page เองก็มีข้อดีตรงที่ไม่ซับซ้อน เนื่องจากเป็นเว็บเพจเพียงหน้าเดียว ก็สามารถทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก มีจุดประสงค์ในการสร้างที่เด่นชัด ซึ้ง Microsite นั้น เหมาะสำหรับใช้ในการส่งเสริมแคมเปญต่าง

Website ต่างจาก Microsite อย่างไร?

Microsite หรือ Website ล้วนมีการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ทั้งตามขนาด และความเหมาะสม แต่ไม่ว่าจะเป็น Website หรือ Microsite ก็ต่างมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจทั้งคู่ เพราะทั้ง Website และ Microsite ถือเป็นประตูบานแรกที่จะเปิดเข้าสู่ธุรกิจของคุณให้ลูกค้าได้รู้จักไปยังแบรนด์ สินค้า และผลิตภัณฑ์ของคุณด้วย Website คืออะไร?  Website คือ หน้าเว็บเพจหลายหน้า ซึ่งเชื่อมโยงกันผ่านทางไฮเปอร์ลิงก์ ซึ่งเว็บไซต์นั้นจะมีขนาดใหญ่

5 ประโยชน์ของ Microsite

Microsite เป็นเครื่องมือทางการตลาดที่สามารถใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็น การทำแบบสำรวจความพึงพอใจ, โปรโมทสินค้า และผลิตภัณฑ์, เปิดตัวสินค้าใหม่, การจัดแคมเปญชิงโชคชิงรางวัล, สะสมแต้ม หรือแม้แต่การจัดแคมเปญกิจกรรมสำรวจการใช้งานผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ  ประโยชน์ของ Microsite ที่เป็นมากกว่าเว็บไซต์ทั่วไป แถมราคาไม่แพง สามารถสร้าง Big Data สำรวจข้อมูลลูกค้าให้ถูกหลัก PDPA ผ่านการทำแบบสอบถามด้วยเครื่องมือ Microsite ซึ่งถือเป็นเครื่องมือสำรวจข้อมูลความต้องการของผู้บริโภคได้เป็นอย่างดี และสามารถนำไปต่อยอดวิเคราะห์ข้อมูลทางการตลาดต่อไปได้อีกด้วย ประหยัดค่าใช้จ่ายในการทำงาน

About Us

บริษัท โมบาย คอนเน็ค จำกัด เป็นผู้ให้บริการ Mobile
Marketing & CRM แบบครบวงจร ด้วยทีมงานที่มีความ
เชี่ยวชาญ และ มีประสบการณ์ให้บริการแก่องค์กรชั้นนำ
ต่างๆ ทั้งในประเทศไทย และต่างประเทศ

Tags

Related Post

Cannes exclusive campaign

เมื่อซื้อผลิตภัณฑ์ ลอรีอัลเมคอัพ ชนิดใดก็ได้ ครบ 599 บาทต่อใบเสร็จ

Sale page กับ Microsite เหมือนกันไหม?

Microsite จะมีหน้าเว็บเพจอยู่ที่ประมาณ 2-5 หน้า ซึ่งต่างกับ Sale page ที่มีเพียงหน้าเดียว โดย Microsite จะใส่ข้อมูลได้มากกว่า Sale page แต่ Sale page เองก็มีข้อดีตรงที่ไม่ซับซ้อน เนื่องจากเป็นเว็บเพจเพียงหน้าเดียว ก็สามารถทำได้ง่าย ไม่ยุ่งยาก มีจุดประสงค์ในการสร้างที่เด่นชัด ซึ้ง Microsite นั้น เหมาะสำหรับใช้ในการส่งเสริมแคมเปญต่าง

Website ต่างจาก Microsite อย่างไร?

Microsite หรือ Website ล้วนมีการใช้งานที่แตกต่างกันออกไป ทั้งตามขนาด และความเหมาะสม แต่ไม่ว่าจะเป็น Website หรือ Microsite ก็ต่างมีความสำคัญต่อการดำเนินธุรกิจทั้งคู่ เพราะทั้ง Website และ Microsite ถือเป็นประตูบานแรกที่จะเปิดเข้าสู่ธุรกิจของคุณให้ลูกค้าได้รู้จักไปยังแบรนด์ สินค้า และผลิตภัณฑ์ของคุณด้วย Website คืออะไร?  Website คือ หน้าเว็บเพจหลายหน้า ซึ่งเชื่อมโยงกันผ่านทางไฮเปอร์ลิงก์ ซึ่งเว็บไซต์นั้นจะมีขนาดใหญ่